iPad Air 5 (2022) มาใหม่ สเปกแรง

iPad Air 5 (2022) มาใหม่ สเปกแรง

วันนี้ Apple เปิดตัว iPad Air 5 ใหม่พร้อมชิป M1 ที่ออกแบบโดย Apple ซึ่งมอบประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด iPad Air มีวางจำหน่ายในสีสันใหม่ๆ และยังมาพร้อมกล้องหน้าอัลตร้าไวด์ใหม่พร้อมคุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” เพื่อประสบการณ์การประชุมทางวิดีโอที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นพอร์ต USB-C ที่มีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าและ 5G ที่เร็วสุดแรงในรุ่นเซลลูลาร์ ทั้งหมดนี้มาในราคาเริ่มต้นที่เอื้อมถึงได้เช่นเดิม กล้องสุดล้ำและการรองรับอุปกรณ์เสริมล่าสุดทำให้ผู้ใช้ ซึ่งรวมถึงผู้ที่เป็นนักสร้างคอนเทนต์ เกมเมอร์ และนักเรียนสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์ ประสิทธิภาพการทำงาน และการแสดงความเป็นตัวเอง

“ผู้ใช้ต่างชื่นชอบ iPad Air ทั้งในด้านประสิทธิภาพอันน่าทึ่งและความอเนกประสงค์ในดีไซน์แบบพกพาได้ ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาที่ต้องจดบันทึกอย่างละเอียด นักสร้างคอนเทนต์ที่กำลังทำงานกับโปรเจ็กต์ล่าสุด หรือเกมเมอร์ที่เล่นเกมที่เน้นกราฟิกหนักๆ” Greg Joswiak รองประธานอาวุโสฝ่าย Worldwide Marketing ของ Apple กล่าว “ด้วยชิป M1 สุดล้ำ, กล้องหน้าอัลตร้าไวด์พร้อมคุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” และ 5G ที่เร็วสุดขั้ว วันนี้ iPad Air จึงทรงพลังยิ่งขึ้น มีความสามารถมากขึ้น และยังสนุกสนานกว่าที่เคยด้วย”

ที่มา https://www.sanook.com/hitech/1553025/

ชิป M1 นำประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดมาสู่ iPad Air ชิป M1 สุดล้ำใน iPad Air 5 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการ

ทำงานให้กับแอปและเวิร์กโฟลว์ที่ต้องใช้พลังประมวลผลหนักๆ ได้อย่างก้าวกระโดด พร้อมด้วยความสามารถในการ

ประหยัดพลังงานอันน่าทึ่งและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน1 CPU แบบ 8-core มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานที่เร็วขึ้นถึง 60% และ GPU แบบ 8-core มีประสิทธิภาพด้านกราฟิกที่เร็วขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับ iPad Air รุ่นก่อนหน้า NeuralEngine แบบ 16 คอร์พร้อมด้วย CPU และ GPU คือขุมพลังที่ขับเคลื่อนคุณสมบัติการเรียนรู้ของระบบ (ML) ขั้นสูงซึ่งช่วยมอบประสบการณ์ที่เหนือชั้นประสิทธิภาพของชิป M1 ช่วยให้ผู้ใช้ทำอะไรต่อมิอะไรด้วย iPad Air ได้มากกว่าที่เคย ตั้งแต่การตัดต่อวิดีโอระดับ 4K หลายสตรีม ไปจนถึงการเล่นเกมที่เน้นกราฟิกหนักๆ การออกแบบห้องใหม่ในรูปแบบ 3 มิติ หรือสัมผัสประสบการณ์ความจริงเสริม (AR) ที่สมจริงยิ่งขึ้น

กล้องหน้าอัลตร้าไวด์ความละเอียด 12MP พร้อมคุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” จะแพนตามการเคลื่อนไหวของผู้ใช้โดยอัตโนมัติเพื่อให้ผู้ใช้อยู่ในเฟรมเสมอ และถ้ามีคนอื่นมาร่วมด้วย กล้องก็สามารถตรวจจับได้ และจะซูมออกอย่างลื่นไหลเพื่อจัดให้ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนา ดังนั้น ไม่ว่าจะอัปเดตข่าวคราวกับคนสำคัญ หรือเรียนรู้จากระยะไกล คุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” ก็ช่วยให้ประสบการณ์การเชื่อมต่อน่าสนใจยิ่งกว่าที่เคย การเพิ่มคุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” เข้ามาใน iPad Air ทำให้วันนี้ iPad ทุกรุ่นสามารถมอบประสบการณ์อันแสนมหัศจรรย์นี้ให้กับผู้ใช้ได้ กล้องไวด์ความละเอียด 12MP ที่ด้านหลังของ iPad Air ช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายภาพที่คมชัดและวิดีโอระดับ 4K, สแกนเอกสาร และเพลิดเพลินกับประสบการณ์ AR ที่น่าทึ่งได้ iPad Air มอบโซลูชั่นแบบครบวงจรสำหรับการถ่ายภาพและวิดีโอ ตลอดจนการตัดต่อ และแชร์ เรียกได้ว่าเป็นสตูดิโอแบบพกพาที่สะดวกขั้นสุดและอเนกประสงค์อย่างเหลือเชื่อ 5G ที่เร็วสุดแรงและการเชื่อมต่อสุดล้ำ ลูกค้าสามารถทำอะไรๆ ได้มากกว่าบน iPad Air ด้วยการเชื่อมต่อไร้สายที่รวดเร็วยิ่งขึ้นในระหว่างเดินทาง 5G ช่วยให้ iPad Air ใช้ระดับความเร็วสูงสุดถึง 3.5Gbps ในสภาวะที่เหมาะสม การรองรับ eSIM และ Wi-Fi 6 ยังทำให้ iPad Air มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อผู้ใช้จำเป็นต้องเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงไฟล์ การสำรองข้อมูล การสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน ไปจนถึงการชมภาพยนตร์กับครอบครัว และเพื่อนๆ ด้วย SharePlay

ที่มา https://www.sanook.com/hitech/1553025/

ตอนนี้พอร์ต USB-C เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 2 เท่า จึงสามารถถ่ายโอนข้อมูลได้สูงสุด 10Gbps ต่อวินาที ดังนั้น การอิมพอร์ต

รูปภาพและวิดีโอขนาดใหญ่จึงรวดเร็วยิ่งกว่าที่เคย พอร์ตจะเชื่อมต่อ iPad Air กับระบบนิเวศอุปกรณ์เสริม USB-C ที่กว้างขวาง ซึ่งประกอบด้วยกล้อง อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก และจอภาพความละเอียดสูงสุดถึง 6K ดีไซน์แบบหน้าจอทั้งหมดพร้อมจอภาพ Liquid Retina และ Touch ID

iPad Air 5 ใหม่ในดีไซน์ที่บางและเบาอย่างที่ผู้ใช้ชื่นชอบมาในหลากหลายสีสันอันงดงาม ได้แก่ สีเทาสเปซเกรย์ สีสตาร์ไลท์ สีชมพู สีม่วง และสีฟ้าใหม่อันน่าทึ่ง iPad Air มาพร้อมจอภาพ Liquid Retina ขนาด 10.9 นิ้วที่เต็มอิ่มสมจริงเพื่อประสบการณ์ด้านภาพอันน่าทึ่งด้วยจำนวนพิกเซลมากถึง 3.8 ล้านพิกเซลและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีความสว่างถึง 500 นิต พร้อมด้วยการเคลือบสารกันแสงสะท้อน, ขอบเขตสีกว้างแบบ P3, การแสดงผลแบบ True Tone และการเคลือบหน้าจอแบบป้องกันแสงสะท้อน  เมื่อใช้ร่วมกับจอภาพ Liquid Retina ลำโพงสเตอริโอแนวนอนใน iPad Air จะมอบเสียงสเตอริโอที่มีมิติเสียงกว้างเพื่อประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม Touch ID ติดตั้งเป็นส่วนหนึ่งของปุ่มด้านบน iPad Air เพื่อมอบความสะดวกในการใช้งานและการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยอย่างที่ผู้ใช้คุ้นเคยและหลงรัก สำหรับใช้ในการปลดล็อค iPad Air และการล็อกอินเข้าสู่แอป

ที่มา https://www.sanook.com/hitech/1553025/

อุปกรณ์เสริม

Apple Pencil (รุ่นที่ 2) เปลี่ยน iPad Air ให้กลายเป็นสมุดบันทึกและสมุดวาดภาพแบบดิจิทัลที่ผู้ใช้สามารถพกพาไปได้ทุกที่ ด้วยการชาร์จและการจับคู่แบบไร้สาย Apple Pencil จึงมาพร้อมความแม่นยำที่ลึกไปถึงระดับพิกเซล และความหน่วงต่ำระดับแถวหน้าของอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้เขียนได้ง่ายและเป็นธรรมชาติเหมือนการเขียนด้วยปากกาและกระดาษจริงๆ นอกจากนั้น iPad Air ใหม่ยังใช้ได้กับ Magic Keyboard ซึ่งมอบประสบการณ์การพิมพ์ที่ดีที่สุดด้วยดีไซน์แบบยกลอยและแทร็คแพดในตัว, Smart Keyboard Folio พร้อมประสบการณ์การพิมพ์ที่สะดวกสบายในดีไซน์เพรียวบาง และปก Smart Folio ซึ่งมาพร้อมสีสันอันสวยงามที่เข้ากันกับตัวเครื่อง ได้แก่ สีดำ สีขาว สีส้มอิเล็คทริค สีเชอรี่เข้ม สีอิงลิชลาเวนเดอร์ และสีมารีนบลูที่จะช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับสีใหม่ของ iPad Air อย่างลงตัว

SHOPNOW

ราคาและความพร้อมในการวางจำหน่าย iPad Air ใหม่ (iPad Air 5) ประจำปี 2022 iPad Air รุ่น Wi-Fi จะเปิดให้สั่งซื้อในราคาเริ่มต้น 20,900 บาท และรุ่น Wi-Fi + Cellular ในราคาเริ่มต้นที่ 25,900 บาท iPad Air ใหม่ รุ่นความจุ 64GB และ 256GB มาในสีเทาสเปซเกรย์ สีสตาร์ไลท์ สีชมพู สีม่วง และสีฟ้า