เตือนภัย! วิธีเช็กเบอร์มือถือ รู้ไว้ป้องกันมิจฉาชีพ

เตือนภัย! วิธีเช็กเบอร์มือถือ รู้ไว้ป้องกันมิจฉาชีพ

ช่วงนี้แปลก ๆ เสียงโทรศัพท์ดังบ่อย ไม่รู้เบอร์ใครโทรมาไม่คุ้น อีกทั้งยังโทรเข้ามาบ่อยมาก หยุด! อย่ารับสาย เพราะนั่นอาจไม่ใช่เพื่อนสนิท หรือ ญาติพี่น้องของคุณ แต่…เป็นมิจฉาชีพที่มักโทรเข้ามาหลอกให้คุณโอนเงินให้ เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนจะเคยเจอกันมาบ้าง มีเบอร์โทรแปลกโทรเข้ามาพอรับสายบอกเราเป็นผู้โชคดี ได้รับรางวัลเป็นเงินสด ของสมนาคุณต่าง ๆ ให้คุณโอนเงินค่าจัดส่ง ค่ามัดจำ หรือ ขอหมายเลขบัญชีต่าง ๆ อย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาดเพราะคุณอาจเป็นหนึ่งคนที่โดนมิจฉาชีพหลอก

ในกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยมากและพบผู้เสียหายจำนวนมากที่เข้ารับการแจ้งความ หรือ ลงบันทึกประจำวัน กับสถานีตำรวจ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก โปรโมชั่นส์ เตือนภัยเช็คเบอร์โทรมิจฉาชีพ โทรมาอย่ารับ หลอกให้โอนเงิน สำหรับเพื่อน ๆ ที่สงสัยว่าเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเบอร์โทรไหนเป็นเบอร์มิจฉาชีพ หรือเบอร์อันตรายที่ไม่ควรรับสายเด็ดขาด ไม่ต้องกังวลไป เพราะเรามีวิธีการเช็คเบอร์มือถือง่าย ๆ มาแนะนำ ให้เพื่อน ๆ ป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพ ดังนี้

วิธีเช็กเบอร์มือถือ ของแต่ละเครือข่าย

ในปัจจุบัน เครือข่ายโทรศัพท์มือถือกำหนดให้ผู้ใช้ซิมโทรศัพท์ ลงทะเบียนชื่อ-นามสกุล เพื่อยืนยันตัวตน หากมีเบอร์ต้องสงสัย

ว่าเป็นมิจฉาชีพโทรมาก่อกวน สามารถเช็กเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยว่าเป็นของเครือข่ายไหน หลังจากนั้นก็ให้ติดต่อศูนย์ Call Center ของเครือข่ายมือถือ เพื่อแจ้งข้อมูลเบอร์หลอกลวงไว้ได้ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

เช็กเบอร์ AIS

กด *727*เบอร์โทรศัพท์# กดโทรออก

เช็กเบอร์ DTAC

กด *102*เบอร์โทรศัพท์# กดโทรออก

เช็กเบอร์ TRUE

กด *933*เบอร์โทรศัพท์# กดโทรออก

เช็กเบอร์ TOT

กด *153*เบอร์โทรศัพท์# กดโทรออก

ที่มา https://news.trueid.net/detail/Kkprr5d6M149

5 วิธีเช็กเบอร์มือถือ ว่าเป็นของใคร เช็คเบอร์ใครโทรมา ป้องกันมิจฉาชีพหลอกลวง

เมื่อมีเบอร์โทรศัพท์แปลกๆ โทรเข้ามาหา หรือส่ง SMS พร้อมแนบลิงก์ต้องสงสัย ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่เรายังไม่ได้รับสาย หรือเมื่อรับสายแล้ว พบว่าปลายสายหลอกถามข้อมูลส่วนตัวของเรา ในเบื้องต้นสามารถเช็กเบอร์โทรศัพท์ว่าเป็นของใคร

ผ่านวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้

1. ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ผ่าน Google วิธีง่ายๆ สำหรับการ วิธีเช็กเบอร์มือถือ ต้องสงสัย ให้นำเบอร์นั้นไปค้นหาในเว็บไซต์ Google หากเป็นเบอร์มิจฉาชีพที่เคยมีประวัติหลอกลวงผู้อื่น เราก็อาจพบข้อมูลที่ผู้เสียหายได้โพสต์เตือนภัยผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ไว้ได้

2. ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ผ่าน Facebook ก็เป็นอีกช่องทางโซเชียลมีเดียที่เราสามารถนำเบอร์โทรแปลกๆ ไปสืบค้นผ่านช่องค้นหา (Search) ได้เช่นกัน หากเป็นเบอร์ที่เคยมีประวัติหลอกลวง เราอาจพบเห็นได้ตามเฟซบุ๊กกลุ่มขายของที่มีผู้เสียหายโพสต์เตือนภัยไว้

3. ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ผ่าน Line ปกติเราจะใช้ไลน์ในการเพิ่มเพื่อน (Add Friend) ผ่านหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสามารถใช้วิธีดังกล่าวค้นหาเบอร์โทรแปลกๆ ได้เช่นกัน แต่จะค้นหาเจอแค่ในกรณีที่หมายเลขดังกล่าวได้ลงทะเบียนไลน์ผ่านเบอร์โทรศัพท์มือถือเท่านั้น

วิธีเช็กเบอร์มือถือ

ที่มา https://news.trueid.net/detail/Kkprr5d6M149

4. ติดตั้งแอปพลิเคชัน Whoscall คือแอปฯ ที่รวบรวบฐานข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ไว้ราว 1 พันล้านเบอร์ มีผู้ดาวน์โหลดใช้งานแล้วกว่า 70 ล้านครั้ง โดยมีการระบุเบอร์โทรของหน่วยงานต่างๆ รวมถึงเบอร์มิจฉาชีพ เบอร์ขายประกัน เบอร์ขายสินเชื่อ ซึ่งเมื่อเบอร์เหล่านี้โทรเข้ามา แอปฯ จะดึงข้อมูลมาแจ้งเตือนบนหน้าจอมือถือของเรา ทำให้เราสามารถเลือกที่จะไม่รับสาย หรือบล็อกเบอร์หลอกลวงเหล่านั้นได้ นอกจากนี้ Whoscall ยังมีฟังก์ชันให้ผู้ใช้ช่วยกันเพิ่มข้อมูล ว่าเบอร์โทรศัพท์นั้นเป็นของใครได้อีกด้วย เช่น เบอร์ขนส่ง เบอร์หลอกลวง ฯลฯ สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ทั้งสมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

5. ตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์ Blacklistseller  เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทรศัพท์, หมายเลขบัตรประชาชน, เลขบัญชีธนาคาร ของมิจฉาชีพไว้ เพื่อให้เราตรวจสอบข้อมูลก่อนจะโอนเงินซื้อสินค้า หรือหลงเชื่อข้อมูลเท็จจากเบอร์หลอกลวงต่างๆ เพียงเข้าเว็บไซต์ www.blacklistseller.com หลังจากนั้นเลือกแถบเมนู “ตรวจสอบบัญชี/ผู้ขาย” แล้วพิมพ์ข้อมูลของผู้ต้องสงสัยได้เลย โดยเราสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลเพื่อแจ้งเบาะแสได้อีกด้วยแนะนำแอปพลิเคชันเช็กเบอร์แปลก

วิธีเช็กเบอร์มือถือ

ที่มา https://news.trueid.net/detail/Kkprr5d6M149

Mr. Number แอปพลิเคชัน Mr. Number ผู้ช่วยจัดการบล็อกเบอร์โทรแปลกที่เราไม่ต้องการให้โทรเข้ามาได้มากสุดถึง 20 เบอร์ จัดเก็บข้อมูลเบอร์โทรเป็นระบบ มีการเตือนทุกครั้งที่มีสายโทรเข้ามา สุดปังไปเลย

จุดเด่น : ช่วยบล็อกเบอร์และข้อความรบกวน , มีฐานข้อมูลเบอร์โทรต้องสงสัย

วิธีเช็กเบอร์มือถือ

ที่มา https://news.trueid.net/detail/Kkprr5d6M149

Truecaller แอปพลิเคชัน Truecaller ช่วยคัดกรองเบอร์โทรที่เราไม่อยากให้โทรเข้ามา รวมถึงข้อความต่าง ๆ ได้อีกด้วย เพราะแอปฯ นี้บล็อกได้ตั้งแต่เบอร์โทรไปจนถึงข้อความ สามารถส่งข้อความด่วนกลับไปหาคนที่เราต้องการให้ส่งอีกด้วย และเราก็สามารถบันทึกข้อมูลเบอร์โทรศัพท์แปลก ๆ ลงไปได้อีกด้วย ผู้ที่ใช้งานแอปพลิเคชันนี้จะเห็นข้อมูลว่าเบอร์นี้ถูกจัดให้เป็นเบอร์สแปม

จุดเด่น : บล็อกเบอร์และ SMS สแปมให้อัตโนมัติ

วิธีเช็กเบอร์มือถือ

ที่มา https://news.trueid.net/detail/Kkprr5d6M149

Hiya แอปพลิเคชัน Hiya นอกจากจะช่วยบล็อกเบอร์โทรแปลกแล้ว จุดเด่นของแอปฯ คือ สามารถโชว์เบอร์ที่ตั้งค่าไว้ไม่ให้โชว์ว่าโทรมาจากที่ไหนได้ และแอปพลิเคชันยังสามารถค้นหาที่มาของเบอร์โทรว่ามีประวัติต้มตุ๋นหรือไม่ ซึ่งสามารถตั้งค่าในระบบได้ว่าเบอร์นี้เราไม่ต้องแจ้งเตือนหากมีการโทรเข้ามาอีก แถมยังสามารถโทรผ่านแอปพลิเคชันนี้ได้เลยไม่เสียเงินอีกด้วย  จุดเด่น : เช็กที่มาของเบอร์โทรได้ , ปิดการแจ้งเตือนเบอร์โทรที่ไม่ต้องการได้

วิธีเช็กเบอร์มือถือ

ที่มา https://news.trueid.net/detail/Kkprr5d6M149

Call Control แอปพลิเคชัน Call Control ที่เราสามารถตั้งค่าเบอร์โทรต่าง ๆ และ SMS สแปมได้เอง ซึ่งเราสามารถบล็อกเบอร์สแปมได้แม้เบอร์นั้นจะไม่ได้บันทึกไว้ในรายชื่อติดต่อ แค่นี้ก็หมดปัญหากวนใจแล้ว สะดวกสบายและปลอดภัยมาก ๆ

จุดเด่น : บล็อกเบอร์โทรและ SMS สแปมได้

เช็กกับผู้ให้บริการเครือข่ายได้หรือไม่ โดยทั่วไปแล้วเราจะไม่สามารถเช็กกับผู้ให้บริการเครือข่ายได้ว่าเบอร์ดังกล่าวเป็นของใคร จดทะเบียนชื่ออะไร เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ทางผู้ให้บริการไม่สามารถเปิดเผยได้ นอกเสียจากว่าจะเป็นเบอร์มิจฉาชีพหรือผู้กระทำผิดกฎหมายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการติดต่อเพื่อตรวจสอบกับทางเครือข่ายเท่านั้น

ที่มา https://news.trueid.net/detail/Kkprr5d6M149

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเบอร์มิจฉาชีพ ?

มีคนจำนวนไม่น้อยที่ถูกมิจฉาชีพโทรมาหลอกลวงด้วยวิธีต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นการหลอกให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ด้วยการใช้คำพูดขู่ให้เหยื่อรีบโอน ซึ่งมีวิธีสังเกตได้ไม่ยาก ขอเพียงแค่มีสติ อย่าเพิ่งรีบโอน หากสายปลายทางอ้างว่าติดต่อมาจากหน่วยงานใด ให้นำเบอร์โทร ดังกล่าวไปเช็กด้วยวิธีด้านบนเสียก่อนว่าใช่จริง ๆ หรือไม่ อาจลองค้นหาเบอร์ของหน่วยงานนั้น ๆ แล้วโทรไปสอบถามโดยตรง หรือปรึกษาคนรู้จัก และแน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่าเพิ่งรีบโอน !!